1. Home
  2. Blog Post List
  3. Latest Blog Post

Latest Blog Postเรื่องที่อยากเล่า

พัฒนาชีวิต พัฒนาจิต และ สมอง ด้วยการใช้การ Coach วิถีพุทธ เพื่อนำศักยภาพตนเองมาใช้

เรื่องที่ 1

สิ่งที่ขับเคลื่อนชีวิตเรา

เริ่มต้นเล่าเรื่อง …

20 กว่าปีมานี้ ได้ใช้ชีวิตคุ้มค่าที่เกิดมาชาตินี้... ทุกบทบาทของชีวิต เคยตั้งคำถามกับตัวเองมากมายว่า “ทำไมถึงเกิดมา แล้วเกิดมาทำไม ? ” มองย้อนไปในอดีตที่จำได้ยังงงๆ นะ รู้แต่ว่าตอนนั้นคิดถึงเรื่องอนาคตแล้วมันเหมือนวันนี้ไหม (วะ) มันเหมือนกับที่เราฝัน (คิด) ไว้มั้ย คำตอบคือ “ไม่” (ว่ะ) แต่มัน OK นะ OK มาจนเรียนจบ เราเริ่มวิ่งเข้าสนามทำงาน และชีวิตครอบครัว เหมือนคนทั่วๆไปซึ่งก็น่าจะ Ok แล้วสมหวังมีครอบครัวเป็นของส่วนตัวนะ แต่มันไม่ OK (ว่ะ) ถามว่าที่รู้สึกว่ามันไม่ OK มันคืออะไร ทั้งที่สามีก็ดี , ลูกก็ดี และชีวิตก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรนะ แต่มันไม่ OK อ่ะ มามองดูลึกๆว่ามันคืออะไร มันคือความ “กังวล” ความ “คาดหวัง” ความ “กลัว” ความ “สงสาร” กับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น(มองย้อนกลับไปที่ชีวิตที่ผ่านมา) ตรงเส้นทางการมีชีวิตของพวกเขา(ลูกๆ)มั้ง รู้สึกดังนี้แล้ว Solution ที่คิดไว้คือ ต้องหาเงินเยอะๆ เอาไว้ให้เขา..... อยู่อย่างปลอดภัย


ตอนเด็ก เป้าหมายอยู่ที่การต้องเรียนให้ได้ดี จบแล้วจะได้มีงานดีๆ ทำ เพื่อ..... แม่จะได้สบาย ชีวิตจึงดำเนินไปอย่างคนที่มีเป้าหมายชัดเจน ไม่ออกนอกลู่นอกทาง จะชอบใคร จะอยากไปทำอะไร จิตใจมันก็จะวิ่งกลับมาที่การเรียน หลงไปบ้างแต่ก็จะไม่หลงนาน แม่ไม่เคยเรียกร้องให้เราต้องทำอะไรเพื่อเขา มีแต่เราเรียกร้องเอาจากเข้ามากกว่า “ขอตังค์” นะ แต่ก็เป็นไปเพื่อการเรียนเท่านั้นไม่ทำให้เขาหนักใจ ขอโน้นนี้นั่น แต่ก็รู้สึกว่าชีวิตมีอิสระที่จะทำอะไรอยากเที่ยวก็เก็บตังค์เอง ทำงานบ้างอยากไปไหนก็ไป รับผิดชอบชีวิตตัวเอง ไม่ค่อยมีใครมาสนใจ หรือมายุ่งวุ่นวายกับเรามากนัก 

พอทำงานมีครอบครัว เป้าหมายอยู่ที่การทำงานให้ดี เพื่อให้ได้เงินเดือนขึ้นเยอะๆ เพื่อ... ลูกจะได้สบาย ชีวิตก็ดำเนินไปอย่างคนที่มีเป้าหมายเหมือนกัน แต่จังหวะนี้เพื่อลูก ที่เคยทำเพื่อแม่หายไปเลย แม่ไม่เคยเรียกร้อง แต่ลูกเรียกร้องความสนใจ เขาไม่เรียกร้อง เราเองแหละที่บังคับตัวเองให้ต้องไปใส่ใจเขา มันเป็น ความผูกพันที่ลึกซึ้งมากกว่าแม่หรือเปล่าไม่แน่ใจ จึงทำให้เรามี ความกังวล, คาดหวัง, กลัว และสงสารเขาในขณะที่อยู่ด้วยกัน... รับผิดชอบครอบครัว

ถามเพื่อนฝูงก็ได้อารมณ์เดียวกัน อาชีพหลักของแม่บ้านจึงคือการดูแลลูกให้ดีที่สุด Priority สำคัญสำหรับแม่บ้าน คือการรับ-ส่งลูก นอกเหนือจากนั้น งานบริการในบ้านทั้งหมด คืองานของแม่บ้าน เมื่อบริการทุกคน ก็มี ความคาดหวัง ว่าคนจะเห็นใจว่าเรา “ทำให้” และบน ความเป็น “แม่” ก็ คาดหวัง ว่าลูกจะเชื่อฟัง แต่มันก็คงไม่เกี่ยวกับพวกเขาหรอก เพราะทุกคนก็จะมี “สถานการณ์” เป็นของส่วนตัว เราต่างหากที่ไม่เข้าใจเขา เราคิดและจินตนาการเอาเองว่าเขา อยาก ให้เราทำให้เพราะเราเป็น “แม่” เป็น “ภรรยา” ครอบครัวของ “เรา” มันคืออะไรอ่ะ อารมณ์เดียวกันกับการทำอาชีพเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวเล็กๆ ธุรกิจส่วนตัวที่ใครๆ ก็บอกว่า ถ้าอยากรวยต้องทำธุรกิจส่วนตัว... มันก็แปลกๆ นะ แค่ “อยาก” มันก็รวยได้หรอ? และชีวิตเจ้าของธุรกิจมีอิสระ กว่าคนทำงานบริษัทด้วย เราจึง OK มาทำธุรกิจส่วนตัว... ภาระสาหัสอีกอันก็เริ่ม ยิ่งอยากเป็นอิสระ ยิ่งพยายามมอบหมายงานไปให้คนอื่นทำ ยิ่งไม่มีความเป็นอิสระ ทำไมการทำงานจึงเป็นสิ่งที่คนไม่ค่อยชอบ ... เขาบอกว่า มันเครียด อ้าว ไหนบอกว่าอยากรวย แต่ไม่ขยันทำงาน งง ....

โดยภาระการเปิดบริษัทที่มีพนักงาน คือ การหาเลี้ยง(งานป้อน)พนักงาน & ตัวเอง เพื่อให้เขาทำงาน เพื่อจะได้มีรายได้ และเราจะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่น และโดยธรรมชาติของผู้นำ ถูกสอนให้ เข้าใจคนอื่น และให้ความสำคัญกับพนักงาน ให้เขามีโอกาสแสดงศักยภาพ (ไม่ค่อยคิดเรื่องธุรกิจมากนักขอแค่อยู่รอดก็พอ ไม่รู้ว่าต้องพัฒนาคน ก็คิดว่าเขาคงมีความสามารถ) เราก็ทำตามคำแนะนำจากกูรูทั้งหลายที่อ่านเจอ ผลลัพธ์หรอ พนักงานก็อยู่ไม่นาน พอเริ่มเป็นงานก็จะมีสาเหตุในการลาออกต่างๆ นาๆ ซึ่งล้วนแล้วให้เหตุผลโดยใช้คำว่า “เกรงใจ” (ประมาณว่าเราใจดีเกินไป... แล้วไม่ชอบหรอกหรอ งง ... ) และก็ส่วนใหญ่ก็ไปโดยไม่ร่ำลา แตกต่างจากตอนเข้ามาว่า “อยากแสดงศักยภาพ” กันทั้งนั้น แต่พอให้ทำงาน ก็ทำไม่เป็น สอนแล้วก็ทำไม่ได้ ให้ฝึกทำมากๆก็ทนไม่ไหว .... เป็นอะไรที่ให้ประสบการณ์เรื่องคนเยอะมาก 

เคยตั้งคำถามนะว่า ถ้าไม่แต่งงานมีชีวิตครอบครัว มีลูก-สามี เป็นของส่วนตัวแล้ว อยู่กับแม่จะมีปัญหาไหม แล้ว 3-4 ปี ก่อนที่แม่จะเสีย มันก็ให้คำตอบเรา ช่วงนั้นเป็นอะไรที่หนักมากสำหรับคนที่อยากมีความเป็นอิสระ เพราะมันมี 3 เรื่องที่ต้องทำให้เราวิ่ง ทุกวัน ลูก-บริษัท-แม่ มีเรื่องให้ต้องคิด-แก้ปัญหาทุกวัน ดีที่ว่ามันไม่มีปัญหาเรื่อง ความต้องการขั้นพื้นฐานของ Maslow ไปแล้วคือมีปัจจัย 4 ครบ 

รวมความแล้วว่า ที่วิ่งวุ่นอยู่นั่นแหละเราต้องตอบสนอง Need ระดับที่ 2-3-4 อยู่ รูปปิระมิดที่เราเห็นและมีคนเอามาสอนนั้น มันหมายถึงอะไร มันหมายถึงคนทุกคนมี ความต้องการเป็นลำดับขั้นเหมือนกัน เราทำสิงต่างๆ เพราะ ความต้องการสิ่งเหล่านี้ และส่วนใหญ่ตีความว่า ต้องได้จาก “ใคร” หรือ ต้องมีใครให้สิ่งเหล่านี้กับเรา แต่ที่จริงแล้ว เราสามารถหาเองได้จากตัวเราเอง 

ทำอย่างไรหรอ แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟัง แต่ก่อนอื่นอยากจะเล่าว่า... ทำไมต้องมาเป็น Coach Air

วันนี้จึงเริ่มปรับมุมมอง และตั้งเป้าหมายชีวิตใหม่อีกครั้ง ให้เข้าเส้นทางที่คิดไว้ในสมัยเด็กๆ เติมความสนุกให้ชีวิตด้วยเป้าหมายที่ท้าทายขึ้น ซึ่งคิดว่าก็พอเข้าใจ และเผชิญกับสิ่งต่างๆได้และยอมรับกับผลลัพธ์ได้มากขึ้น 


Stay In Touch

Security Code Security Code * ใส่รหัสตามภาพที่เห็นด้านบน

Service

  • Inhouse Group Coaching & Training
  • Followup Training
  • SME Consulting
  • Online Service

Contact

Web Link

Link น่าสนใจ : # คำนวนการออม เพื่อการเกษียณ