พระสอนว่า " เราปฏิบัติธรรมนั้น ไม่ได้เพื่อเอาความสุข ไม่ได้เอาความสงบอะไร และไม่ได้เพื่อเอาความฉลาดรอบรู้ด้วย แต่ปฏิบัติเพื่อให้เห็นความจริง...ว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น สิ่งนั้น ย่อมดับไปเป็นธรรมดา... "
ฟังแล้วก็ยังไม่เข้าใจ แต่ก็เชื่อและปฏิบัติ ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ได้ปฏิบัติบ้าง ไม่ได้ปฏิบัติบ้าง สลับกันไปมา แล้วแต่ว่าเห็นยังไงในตอนนั้น ยังไม่ได้บรรลุอะไร ยังฝึกอยู่ทุกวันในชีวิตประจำวัน
ฟังแล้วก็ยังไม่เข้าใจ แต่ก็เชื่อและปฏิบัติ ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ได้ปฏิบัติบ้าง ไม่ได้ปฏิบัติบ้าง สลับกันไปมา แล้วแต่ว่าเห็นยังไงในตอนนั้น ยังไม่ได้บรรลุอะไร ยังฝึกอยู่ทุกวันในชีวิตประจำวัน

ภาพขนาดเต็ม..คลิ๊กที่นี่ !!!
ได้อ่านบทความต่างๆจากนักจิตวิทยาท่านหนึ่ง ชื่อ Martin Seilig
เขาสอนเรื่อง จิตวิทยาเชิงบวกว่าคนเรามีความสุขได้จาก 3 ทางจากผลของการทำสิ่งต่างๆ คือ
- ความสุขจากปัจจัยภายนอก เรียก Pleasant Life เช่น คำชม เงินรางวัล ตำแหน่ง
- ความสุขที่ได้ใช้คุณค่าของตัวเราทำสิ่งนั้น เกิดเป็นสมาธิ เรียก Good Life เช่น การใช้จุดเด่นในเรื่องการสื่อสารในการทำให้คนเข้าใจกัน, จุดเด่นเรื่องความคิดสร้างสรรค์ , จุดเด่นในเรื่องความอดทน มีวินัย เป็นระบบ เป็นต้น
- ความสุขที่เห็นว่าสิ่งที่ทำนั้นสร้างผลกระทบด้านดีให้ผู้อื่น เป็น Contribution เรียก Meaningful Life เช่น การบริจาค การเป็นจิตอาสา หรือ ง่ายๆ ก็เขียนความรู้ของตัวเองถ่ายทอดให้เพื่อนๆฟัง ทำการ์ดเป็นประโยชน์ให้แง่คิดดีๆ ทำให้คนมีความสุข
รูปนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในวันนั้น ทำมานานเหมือนกันแล้วช่วงที่ทำก็มีความสุขเพราะได้ทำในสิ่งที่ชอบ คือ การเรียบเรียงความรู้ ผ่านการสร้างชิ้นงาน อันนี้ ถือว่า ตัวเองได้ Good Life แล้ว ส่วน Pleasant Life ก็ได้คำชมจากคนข้างๆว่า ทำสวย เป็นระเบียบ ก็ปลื้มไปอีก อิอิ เอาขึ้นมาให้แลกเปลี่ยนบนสื่อนี้ ก็คิดเอาเองว่า มันน่าจะเป็นประโยชน์กับใครบ้าง อันนี้ คิดว่า ก็น่าจะได้ Meaningful Life แล้ว อิอิ
บางทีเราอาจจะมองสิ่งที่เราทำเล็กๆน้อยๆให้องค์กรนั้น ไม่มีคุณค่า แต่จริงๆแล้ว ทุกองค์ประกอบที่เรานำมาใช้เพื่อการสร้างสรรค์ผลงานที่ ไม่ได้ไปทำร้ายใคร ไม่ได้ไปเอาเปรียบใคร ไม่ได้ไปเบียดเบียนใคร ไม่ได้ไปทำผิดศีลธรรมกับใคร ก็น่าจะ ok แล้ว
