1. Home
  2. Blog Post List
  3. Latest Blog Post

Latest Blog Postเรื่องที่อยากเล่า

พัฒนาชีวิต พัฒนาจิต และ สมอง ด้วยการใช้การ Coach วิถีพุทธ เพื่อนำศักยภาพตนเองมาใช้

เรื่องที่ 8

โค้ชตัวเอง #1 : ทักษะการตั้งคำถาม

เคยตั้งคำถามกับตัวเองตั้งแต่เด็กๆว่า “ เกิดมาทำไม ” “เรียนไปทำไม” ระหว่างที่ดำเนินชีวิตบนคำถาม ก็ได้เห็นตัวอย่างคือ “ แม่ ” ที่ทำงานหนัก ได้ตัวอย่างบวกแรงบัลดาลใจว่า ไม่อยากให้แม่ลำบาก โตขึ้นต้องเลี้ยงดู พ่อ-แม่ คำถามจึงมาถึง “ ทำอย่างไรจะช่วยพ่อ-แม่ได้ คำตอบสำหรับเด็กสมัยนั้น คือ “ เรียนให้เก่ง จะได้เงินเดือนดีๆ มีมากพอจะเลี้ยงดู พ่อ-แม่ ตอนแก่ได้ ” ก็ได้คำตอบแล้วว่า “ เรียนไปทำไม ” ...
เป้าหมายจึงเรียนให้เก่งๆ โตขึ้นจะได้ทำงานดีๆ มีเงินมากพอที่จะเลี้ยงพ่อแม่ได้ เป้าหมายก็ง่ายๆแค่นี้แหละ ระหว่างทางที่ดำเนินชีวิต มีเรื่องต่างๆเกิดขึ้นมากมาย มีคำถามเกิดขึ้นเป็นระยะๆ โดยเฉพาะ “ เกิดมาทำไม ” แล้ว “ ทำไมเราถึงเกิดมา ” เมื่อเจอความทุกข์เราก็มีคำถาม แต่พอมีความสุขคำถามก็ลดลง ไม่มีคำถามเพราะไม่ได้สนใจมัน ก็อยากมีความสุขตลอดเวลา ไม่อยากเจอความทุกข์เลยแต่ไม่ว่าจะมีความสุขกับเรื่องอะไรเรามักพบว่า มันก็หมดและผ่านช่วงนั่นไป วันเกิด,วันปีใหม่,วันหยุด,วันฯลฯ ที่พอถึงวันนั้น ได้ทำบุญบ้าง,ได้ทำกิจกรรมอื่นที่ไม่ใช่งานบ้าง มันก็มีความสุข ในวันนั้นๆ นะ แต่พอวันนั้นผ่านไป กลับสู่ Mode การทำงาน ถ้างานไม่มีปัญหา ก็ธรรมดา มีรายได้ก็ดีใจ มีปัญหาก็รู้สึกไม่ชอบ ก็ตั้งคำถามว่า.. เออ..ทำไงเราจึงจะสามารถมีความสุขกับการมีชีวิตอยู่ทุกวัน อ่านหนังสืออะไรก็ไม่ได้คำตอบ อ่านหนังสือบริหาร,การตลาด,การขาย,การพัฒนาตัวเอง,ธรรมะหลายๆเล่ม ก็ไม่ได้คำตอบ เหมือนเป็นเรื่องที่เรารู้หมดแล้ว(ใจไม่รับ) ไม่ใช่ทฤษฏี หรืออ่านมากมายหลายร้อยเล่มนะ จะเป็นเพราะอ่านไม่ลึกซึ้งก็ได้ แต่เพราะหนังสือทั่วไป มักบอกว่าให้เราทำแบบนี้ แล้วจะได้แบบนี้ แต่ไม่เคยบอกว่าที่มาของมันคืออะไร เช่น สอนให้คนคิดบวก แต่แค่คำว่านิยามของการคิดบวกก็มองไม่เหมือนกัน มันดิ้นได้ หรือเราก็มองแบบเขาแหละ แต่ทำไมเรายังได้รับผล ที่ไม่ดี (รู้สึกไม่ชอบ,ไม่ประสบผลสำเร็จ,ถูกมองในแง่ลบ,ไม่ได้รับความร่วมมือ, etc. ) แต่พอได้อ่านหนังสือธรรมะของพระองค์หนึ่ง ที่เขียนแล้วทำให้เราเห็นถึงกระบวนการที่เกิดขึ้นของสิ่งต่างๆ และหมดไปของสิ่งต่างๆ มันทำให้เราเห็นอะไรช้าลง และรู้สึกชีวิตไม่ไปวุ่นวายกับเรื่องต่างๆ ที่เข้ามา ก็รู้สึกว่าชีวิตมีความสุขโดยที่ไม่ต้องทำอะไรมาก ก็ทำเหมือนเดิม ใช้ชีวิตเหมือนเดิม มีรายได้ก็มีความสุข ไม่มีรายได้ก็มีความสุข(น้อยหน่อย 555) มีปัญหาก็เฉยๆ หงุดหงิดน้อยลงแก้ปัญหาดีขึ้น ก็ไม่รู้ว่านี้คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องการหรือไม่ ชีวิตที่ใจดิ้นรนน้อยลง แต่ไม่ใช่ขี้เกียจ คือรู้ว่า “ เกิดมาทำไม ” “ทำไมต้องทำงานและมีความสุขกับการทำงานด้วยนะ” ไม่ใช่ “ทำงานเพราะต้องทำงาน” ก็เลยรู้ว่าเกิดมาเพื่อสืบทอดสิ่งดีๆให้ดำรงต่อไป


การตั้งคำถามกับตัวเองเพื่อหา "เป้าหมาย" และค้นหาตัวเองให้เจอ เป็นทักษะแรกของการเป็นโค้ช บางครั้งเราอาจจะหาตัวเองไม่เจอ เพราะยังต้องวิ่งวุ่นไปกับสิ่งต่างๆในชีวิต นั่นเป็นเพราะเราทำเหตุไว้เยอะ แต่ถ้าเราหมั่นตามตัวเองไปเรื่อยๆ โดยใช่สติประคับประครองสถานการณ์ต่างๆให้ผ่านไป เราก็จะไม่สร้าง Effect เพิ่มเติมขึ้นมาอีก ( Effect ในทางลบที่จะต้องคอยแก้หรือเผชิญอีก)  ชีวิตเราก็จะสงบขึ้น ในระหว่างที่สงบนี้ เราก็ยังต้องดำเนินชีวิตไป และขยับจาการแก้ Effect เป็นการตั้งเป้าหมาย แล้วทำเป้าหมายให้ชัดเจนขึ้น ไปพร้อมๆกับแผนในการทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ในทางโลกเราอาจเรียกสิ่งนี้ว่า “การคิดเชิงกลยุทธ์” หรือเปล่าไม่แน่ใจ จะลองศึกษาเรื่องการเกิดให้ลึกซึ้งขึ้น เพื่อที่เอามาเทียบเคียงกับทางโลกและจะได้เข้าใจและเห็นภาพว่าการปฏิบัติไม่ได้ยากอย่างที่คิด ที่ยากเพราะไม่ปฏิบัติมากกกว่า

สมัยที่เรียนหนังสือครูมักบอกว่า ให้ขยันตั้งคำถาม ตอนนั้นก็งงๆนะว่าให้ถามอะไร  จะให้สงสัยอะไร ก็ยังไม่รู้นี่ว่าจะให้สงสัยอะไร เพราะเราตั้งข้อสงสัย มีคำถาม ซึ่งมาจากการสังเกตของเรานั่นเอง นำไปสู่การคิดและหาคำตอบ การสังเกตเป็นสิ่งกลางๆ ซึ่งหากสังเกตด้วยจิตใจที่เป็นกุศล (คิดบวก) จะทำให้เราหาคำตอบในเชิงสร้างสรรค์ และทำในเชิงสร้างสรรค์ แต่ถ้าสังเกตด้วยจิตใจที่เป็นอกุศล(คิดลบ)จะทำให้เราหาคำตอบในเชิงสร้างปัญหา และทำในเชิงก่อปัญหา เช่น เราอาจสังเกตว่าการทำงานเป็นระบบแบบนี้มันมีจุดที่ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ถ้าเราสังเกตด้วยใจที่เป็นกุศล เราก็จะตอบตัวเองว่า “จะทำอย่างไร” เพื่อให้จุดนั้นมีโอกาสผิดพลาดได้น้อยลง (หาทางป้องกัน) แต่ถ้าสังเกตด้วยใจที่เป็นอกุศลเราก็จะถามว่า “ใครทำให้เกิดแบบนี้/ปัญหานี้ ” นำไปสู่การจับผิดและโทษคนอื่น

เราก็ไม่รู้ว่า เราใช้เทคนิคใดในการเรียน แต่ด้วยการชี้เข้าตัวเอง คือ ไม่ว่าไรจะเกิดขึ้นให้มองที่ “ตัวเอง” ว่าจะปรับตัวอย่างไร ไม่ใช่การโทษสภาพแวดล้อม ไม่รู้ว่านี่คือการฝึกสติชนิดหนึ่ง ที่กล่าวว่าคนส่วนใหญ่ต้องการคำชม เพราะไม่สามารถชมตัวเองได้ แต่เรียกร้องจากคนอื่น อาจารย์สอนเก่งๆ จะสอนเพิ่มว่าไปชมคนอื่นนะ แต่ตัวเองไม่ต้องชมก็ได้ เพราะเข้าใจแล้วว่า ความปลื้มใจมันอยู่ชั่วคราว ไม่ติดกับความปลื้มใจ,ความสำเร็จที่เกิดขึ้น หมั่นตั้งคำถามเชิงสร้างสรรค์
แต่ให้มีคำตอบเชิงบวก ก็จะช่วยให้ชีวิตมีสติ และมีความสุขได้ในระดับหนึ่ง

Stay In Touch

Security Code Security Code * ใส่รหัสตามภาพที่เห็นด้านบน

Service

  • Inhouse Group Coaching & Training
  • Followup Training
  • SME Consulting
  • Online Service

Contact

Web Link

Link น่าสนใจ : # คำนวนการออม เพื่อการเกษียณ